Home » Articles posted by Brett Herrera

Author Archives: Brett Herrera

ซาดิโอ มาเน่ เตรียมดอดย้ายค่ายไป บาร์เซโลนา เพื่อคว้าโอกาสได้รางสับเกียรติยศ

ซาดิโอ มาเน่ นั้นเป็นนักเตะผิวสีอยู่ในตำแหน่งกองหน้าของทีมฟุตบอลชื่อดังที่มีแฟนคลับไปทั่วทั้งโลกอย่าง ทีมลิเวอร์พูล ที่พึ่งชนะการแข่งขันไปจนทำให้แฟนคลับดีใจจนต้องออกรถแห่กันเต็มบ้านเต็มเมือง แต่ในทีมสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างลิเวอร์พูลที่กำลังถูกจับตามองนั้นแม้ว่าจะมีความสามารถเก่งกาจมากเท่าไรแต่การแข่งขันภายในทีมก็ยังคงสูงลิ่ว มาเน่นั้นเป็นกองหน้าที่มีความสามารถและเก่งกาจเป็นอย่างยิ่ง ที่สำคัญเขามีเป้าหมายที่ต้องการจะคว้ารางวัลเกียรติยศส่วนตัวและมองหาโอกาสที่จะได้คว้ารางวัลในฝันนั้นอยู่เสมอดังนั้นเขาจึงเปิดใจอยู่เสมอหากมีทีมใดที่มอบโอกาสนี้ให้กับเขาได้ซึ่งหนึ่งในทีมที่มีวี่แววว่าจะได้ตัวมาเน่ไปนั้นก็คือบาร์เซโลน่า อีกหนึ่งทีมฟุตบอลชื่อนางที่เป็นที่จับตามองไม่แพ้กับทีมอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลเหล่านี้ในปัจจุบันยังคงเป็นเพียงข่าวลือที่ออกมาจากวงในเท่านั้น เจ้าตัวนักแข่งเองยังคงไม่ได้ออกมายืนยันหรือประกาศอย่างเป็นทางการถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ดังนั้นแฟนคลับลิเวอร์พูลและบาร์เซโลน่าคงจะต้องทำใจรอข่าวยืนยันที่เป็นความจริงอีกสักพัก

เหตุที่ซาดิโอ มาเน่ นั้นมีโอกาสจะได้เข้าไปร่วมกับ ทีมบาร์เซโลน่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการประกาศที่จะออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ของซุปเปอร์สตาร์ดาวเตะชื่อดังอย่างลิโอเนล เมสซี่ และเตรียมที่จะเข้าซพบ้านเก่าอย่างแมนซิตี้หลังจากที่กุนซือชาวสเปนได้เดินทางไปยังบาร์เซโลน่าเพื่อเจรจากับเมสซี่ด้วยตัวเองในการดึงตัวนักเตะกลับคืนทีม และนี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับมาเน่ที่จะได้เข้าไปแสดงฝีมือในทีมใหม่อย่างบาร์เซโลนาที่มีโอกาสในการคว้ารางวัลที่ต้องการมากกว่าทีมที่อยู่ในปัจจุบัน ที่สำคัญเขานั้นเคยร่วมงานกับกุนซือคนใหม่จากทีมบาร์เซโลน่า มาก่อนหน้านี้แล้วสมัยที่ยังเตะร่วมกับ เซาธ์แฮมป์ตัน สถิติการทำประตูของเขานั้นก็น่าเหลือเชื่อจากทั้งหมด 75 เกมสามารถยิงเข้าประตูได้มากถึง 25 ประตูด้วยกัน ดังนั้นการที่กุนซือบาร์เซโลน่าอย่างคูมันจะดึงตัวเอามาเน่เข้าสู่ทีมนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก ที่สำคัญยังเป็นความต้องการของตัวมาเน่เองอีกด้วยที่อยากจะร่วมงานกับคูมันแม้ว่าเขานั้นจะอยู่ในทีมที่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลที่แล้วได้สำเร็จก็ตาม แม้ว่าลิเวอร์พูลจะได้เป็นแชมป์แต่ตัวมาเน่เองกลับยังคงไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควรถึงฝีมือและการพัฒนาของเขา รวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับกุนซือที่สั่นคลอน

เคล็ดไม่ลับฉบับสาวปี 2020 สำหรับเลี่ยงอาการ PMS

เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก” เป็นคำเปรียบเปรยในสมัยก่อน ที่แม้ว่าในปัจจุบันนั้น การเป็นผู้หญิงที่เท่าเทียมกับผู้ชาย ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ซะทีเดียว สิ่งที่ผู้หญิงเราต้องเจอตั้งแต่เริ่มเข้าวัยสาว คงหนีไม่พ้น ประจำเดือน ที่ต้องมาเป็นประจำทุกเดือน หรือแล้วแต่สภาพร่างกายของแต่ละคน อาการ PMS หรือชื่อเต็มคือ Premenstrual Syndrome เป็นอาการที่รู้สึกว่าตัวเองไม่สบายตัว หงุดหงิด เหวี่ยงวีนได้ง่าย หรือบางครั้งอาจมีอาการซึมเศร้า ร้องไห้แบบไม่มีเหตุผลมาซะอย่างนั้น โดยอาการเหล่านี้พบในกลุ่มผู้หญิงก่อนมีประจำเดือนร้อยละ 80 จะเริ่มมีอาการก่อนประจำเดือนจะมา 5-11วัน และจะหายไปเองหลังจากประจำเดือนมาได้ 4-7 วัน บางคนไม่ได้มีอาการเหล่านี้ทุกเดือน แต่เรามีเคล็ดลับดี ๆ ที่สามารถหลีกเลี่ยงอาการเหล่านี้ได้ ให้คุณลองนำไปปฏิบัติดู

  • การเลือกทานอาหาร ช่วยได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งหลายคนทดลองได้ผลมาแล้ว โดยเลี่ยงการทานเนื้อสัตว์ ไข่ หรืออาหารที่มีไขมันสูง เพราะจะยิ่งเป็น การเพิ่มระดับฮอร์โมน เอสโตรเจนที่ทำให้เกิดอาการ PMS อีกทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือบุหรี่ ก็ควรงดไปก่อน ควรเลือกอาหารที่มีไฟเบอร์ ย่อยง่ายดีต่อร่างกายมากกว่า เช่น ธัญพืช ถั่ว ผักผลไม้ต่าง ๆ จะยิ่งทำให้ร่างกายสร้างความสมดุล ลดอาการเจ็บปวดทางร่างกายได้อีกด้วย
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ยังทำให้ ระบบหมุนเวียนเลือดภายในร่างกาย ทำงานได้ดี ลดอาการปวดเกร็งช่วงบริเวณท้องน้อยได้ด้วย อีกทั้งยังเป็นการขับน้ำส่วนเกินในร่างกายออกไปทางเหงื่อ ทำให้ลดจากอาการบวมน้ำด้วย
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง หากนอนน้อยนอกจากจะเสี่ยงอาการ PMS หากพักผ่อนน้อย ยังทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอและป่วยได้ง่าย เสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคอื่นด้วย
  • รับการรักษาด้วยยา Spironolactone (SRIs) ซึ่งจ่ายยาโดยแพทย์เท่านั้น เป็นตัวยาที่รักษาอาการ PMS โดยเฉพาะ และควรงดใช้ยาคุมกำเนิดในช่วงนี้ ในส่วนของยาปรับฮอร์โมนชนิดต่างๆ สามารถหาทานได้แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยกับร่างกาย
  • ผ่อนคลาย ปล่อยวาง อย่าวิตกกังวล มากจนเกินไป เพราะจะทำให้เครียด ข้อนี้สำคัญที่สุด สามารถทำได้ง่ายด้วย

อย่างไรก็ตาม ก่อนเริ่มมี ประจำเดือน คุณผู้หญิงควรสังเกตอาการตัวเองก่อนคร่าวๆ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะได้รับมือได้ โดยอาการ PMS เหล่านี้ไม่ได้มีขึ้นกับผู้หญิงทุกคน ยิ่งถ้าใครเมื่อมีประจำเดือนมา แต่ไม่มีอาการข้างเคียงอย่างเช่น ปวดท้องน้อย ปวดหลังปวดสะโพก ในหมู่ผู้หญิงด้วยกันแทบจะเรียกได้ว่า เป็นคนมีบุญมากทีเดียว ทั้งนี้ร่างกายของคนเรานั้นแตกต่างกัน ดังนั้นหากมีอาการ PMS ขึ้นมาจะเป็นมากหรือน้อยนั้นก็แล้วแต่คนไป หากทำตามคำแนะนำอย่างที่กล่าวมาข้างต้น คงเป็นการช่วยบรรเทาอาการที่น่าหงุดหงิดกวนใจไปได้บ้างแน่นอน

Vegan คืออะไร ทำไมถึงได้ฮิตในต่างประเทศ

หลายๆ คนคงเคยได้ยินชื่อเรียกของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า Vegan กันมาบ้าง Vegan นั้นเป็นกลุ่มคนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากสัตว์อย่างเคร่งครัด โดยจะทานผัก ผลไม้ ธัญพืชต่างๆ แบบ 100% งดเนื้อสัตว์ นม เนย ชีส ไข่ โยเกิร์ต ยีสต์ น้ำผึ้ง อาจรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสัตว์อย่างเสื้อผ้า กระเป๋า ครีม เครื่องสำอาง ต่างจากมังสวิรัติที่ยังสามารถทานนม ไข่ โยเกิร์ต ชีส เต้าหู้ อาหารทะเลและปลาได้

เปิดประวัติ Vegan พร้อมวิธีการปฏิบัติตัวสำหรับชาวไม่ทานเนื้อ

แรกเริ่มเดิมทีนั้น Vegan เกิดมาจากการก่อตั้งสมาคมวีแกนในประเทศอังกฤษโดยนายโดนันด์ วัตสัน เมื่อปีพ.ศ. 2478 หรือเกือบ 100 ปีที่แล้ว เพื่องดเว้นการเบียดเบียนเหล่าสัตว์โลกในแนวคิดที่ว่ามนุษย์จะต้องดำรงชีพอยู่ได้ด้วยการไม่เบียดเบียนสัตว์นั่นเอง ดังนั้นพวกเขาจึงงดการรับประทานอาหารที่มีเนื้อสัตว์ ทำมาจากสัตว์ มีส่วนผสมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์อย่างเคร่งครัด เช่น เนื้อสัตว์ นม เนย ชีส ไข่ ยีสต์ รวมไปถึงน้ำผึ้ง น้ำปลา หากใครที่เคร่งครัดหน่อยอาจจะงดไปถึงผลิตภัณฑ์ที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันที่สำมาจากสัตว์อย่างเช่นขนสัตว์ หนังสัตว์ สารสกัดจากสัตว์ หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่มีการทดลองกับสัตว์ก็ตาม มันจึงไม่ใช่เรื่อง่ายเท่าใดนัก แต่มันกลับเป็นเทรนด์ที่ฮ็อตฮิตขึ้นมาในช่วงปี 2019 ที่ผ่านมา หลายๆ คนเริ่มตระหนักถึงปัญหาเกี่ยวกับการทารุณกรรมสัตว์อย่างการใช้สัตว์ทดลองหรือหนังสัตว์ ขนสัตว์ จนลามมากถึงสัตว์ที่พวกเราบริโภคกัน ด้วยความที่เทรนด์สุขภาพ การลดน้ำหนักกำลังมากแรง Vegan จึงได้รับความนิยมด้วยความคิดที่ว่ามันดีต่อสุขภาพ ช่วยดีท็อกสารพิษต่าง ๆ และยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย เนื่องจากไม่ได้รับไขมันจากสัตว์และรับประทานเพียงแค่ผักเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม การทาน Vegan นั้นยังถือว่าง่ายกว่าการรับประทานเจที่ห้ามไปถึงผักกลิ่นฉุนต่าง ๆ อีกด้วย ดังนั้นใครที่กำลังสนใจรักษาสุขภาพจึงควรศึกษาและทดลองทาน Vegan ดูก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเช่นกัน

ตอบคำถามคาใจของใครหลายๆ คน Vegan ดีต่อสุขภาพจริงหรือหลอกตา

แม้ดูๆ ไปแล้ว Vegan จะเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยทั้งเรื่องระบบย่อยอาหาร ได้รับวิตามินจากผักและผลไม้เต็มๆ แถมยังทำให้รู้สึกสบายใจเพราะไม่ต้องเบียดเบียนสัตว์โลกแล้ว แต่ก็มีกระแสและหลายๆ คนที่ออกมาบอกว่าแท้ที่จริงและ Vegan ไม่ได้ส่งเพียงผลดีต่อร่างกายเท่านั้น เพราะร่างกายไม่ได้รับโปรตีนที่เพียงพอจึงส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างเล็บ ผิวหนัง และเส้นผม กินแล้วไม่อิ่ม ไม่อยู่ท้อง บางคนน้ำหนักขึ้นเพราะต้องกินเรื่อยๆ ขาดสารอาหารจำเป็นจากเนื้อสัตว์ ดังนั้นใครที่กำลังสนใจอยากจะทานอาหารแบบ Vegan จึงควรศึกษาข้อดี ข้อเสีย และวิธีการกินอย่าง Food Balance ให้ดี เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง

Kyoukai no Kanata อีกฝั่งฟากของเขตแดน อนิเมชั่นแอ็คชั่น สุดซึ้ง

Kyoukai no Kanata มีชื่อภาษาไทยว่าอีกฝั่งฟากของเขตแดน เป็นอนิเมชั่นจากแดนอาทิตย์อุทัยแนวแฟนตาซีและมิตรภาพ โดยนำเสนอเรื่องราวจากการ์ตูนที่เขียนโดย Nagomu Torii พร้อมภาพประกอบโดย Tomoyo Kamoi ดัดแปลงเป็น อมิเนชั่นภายใต้การผลิตโดย Kyoto Animation และกำกับโดย Taichi Ishidate เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2557 ละฉายครั้งแรกในรอบปฐมทัศน์ในเดือนมีนาคมและเมษายน 2558

Kyoukai no Kanata การต่อสู้และพรสวรรค์ที่มาพร้อมกับคำสาป

เรื่องราวของ Kyoukai no Kanata นั้นเล่าถึงอากิฮิโตะ คันบาระ เด็กหนุ่มธรรมดาๆ คนหนึ่งที่เรียนอยู่ในชั้นมัธยมปลาย แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็จับพลัดจับผลูเข้าไปช่วยเหลือคุริยามะ มิไร ให้รอดพ้นจากการฆ่าตัวตายของเธอเอง แต่เขากลับถูกมิไรแทงด้วยดาบเล่มยาวที่สร้างจากเลือดของเธอเอง แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งคู่ต้องตกตะลึงเมื่อคันบาระดันไม่เป็นอะไรเลยสักอย่าง มิไรถึงรู้ได้ในทันทีว่าคันบาระนั้นเป็นหนึ่งในโยมุ ซึ่งมีความสามารถเป็นอมตะ ส่วนตัวมิไรนั้นเป็นผู้สืบสายเลือดพิเศษของ นักรบแห่งโลกวิญญาณ จากนั้นทั้งสองคนก็ต้องพบการเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ทั้งการผจญภัย เรื่องราวลึกลับที่คันบาระไม่เคยรับรู้มาก่อน รวมถึงความลับที่เกี่ยวกับความสามารถพิเศษและสายเลือดของเขาเอง มิไรเองก้ต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้ที่เธอนั้นหลบหนีมาโดยตลอด จากเด็กสาวที่มืดมนก็ค่อยๆ เรียนรู้ที่จะสร้างมิตรภาพกับเพื่อนๆ รอบข้าง รวมถึงได้รู้จักกับความรักที่เธอปิดกั้นตัวเองตลอดมาเป็นครั้งแรก Kyoukai no Kanata นั้นจะทำให้ผู้ชมอย่างเราๆ หัวเราะและร้องไห้ไปกับเรื่องราวของพวกเขาทั้งสองคนโดยไม่รู้ตัว ในส่วนของงานภาพและเสียงก็ไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องของคุณภาพที่คับจอเสียงจนกวาดรางวัลได้มากมาย แม้จะมีตัวละครมากมายแต่บทก็เกลี่ยความสำคัญแต่ตัวได้อย่างพอเหมาะพอดี ทุกคนมีเหตุผลในการกระทำ ทำให้คนดูอย่างเราดูได้เรื่อย ๆ ไม่รู้สึกหงุดหงิด

Kyoukai no Kanata หนทางรักที่ถูกกั้นขวางด้วยพรสวรรค์

ในช่วงแรกนั้น Kyoukai no Kanata จะอัดเรื่องราว แฟนตาซี การผจญภัย และมิตรภาพให้เราจนเราไม่อาจรู้ตัวถึงความรักที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น มันจึงทำให้ความสัมพันธ์ของตัวละครดูมีมิติและสมจริงมากยิ่งขึ้น เพราะอย่างนั้นมันจึงสามารถดึงดูดให้เราเข้าถึงอารมณ์แล้วเข้าใจตัวละครเป็นอย่างดี หากใครกำลังหาอนิเมชั่นครบรสที่จะทำให้เราติดงอมแงมอยู่ Kyoukai no Kanata ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่เลวเลย

ประธานาธิบดีบราซิล รุดรีบเข้าพบหมอด่วน หวั่นอาการคล้ายโควิด 19

จาก สถานการณ์โรคระบาดโควิด 19 ที่นับว่าเป็นครั้งร้ายแรงที่สุดในปี 2020 ส่งผลกระทบไปทั่วทั้งโลก และแม้ว่าจุดเริ่มต้นที่เกิดการระบาดของโรคจะอยู่ที่ประเทศจีน แต่จีนนั้นได้รับมือกับการระบาดของโควิด 19 ได้เป็นอย่างดี จน ณ ตอนนี้ สถานการณ์ทางฝั่งอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และยุโรป กลับมีการระบาดของโรคแพร่กระจายมากกว่าจีนเสียอีก โดยบราซิลนั้นถือว่า เป็นประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อสะสม เป็นอันดับ 2 ของโลก โดยยอดผู้ติดเชื้อสะสมของประเทศบราซิล จากโพลสำรวจล่าสุด เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 เวลา 17.50 น. บราซิลยังอยู่มีผู้ติดเชื้อเป็นอันดับที่ 2 ของโลก โดยผู้ติดเชื้อสะสมภายในประเทศ อยู่ที่ 1,668,589 คน เสียชีวิตสะสม 66,741 คน และ รักษาหายแล้ว 1,107,012 คน ถือว่ามียอดผู้ที่ติดเชื้อแล้วรักษาหายมากที่สุดในโลก

ล่าสุด ประธานาธิบดีบราซิล นายฌาอีร์ โบลโซนารู วัย 65 ปี ที่ครั้งหนึ่งเคยสบประมาทเกี่ยวกับเรื่อง ไวรัสโควิด 19 ว่าเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดาเท่านั้น ได้มีการตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด 19 หลังจากการทดสอบครั้งที่ 4 ได้ผลออกมาเป็นบวก ซึ่งก่อนหน้านี้ นายฌาอีร์ โบลโซนารู ได้รู้สึกมีอาการไม่สบายตัว ไข้สูง และไอ ตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และอาการก็แย่ลงเรื่อย ๆ จึงตัดสินใจเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด 19 จนผลทดสอบออกมาเป็นบวก และปัจจุบันได้รับการรักษาโดยใช้ยาไฮดรอกซิคลอโรควิน (Hydroxychloroquine) ซึ่งเป็นยาที่ไว้ใช้สำหรับรักษาโรคมาลาเรีย และยาปฏิชีวนะแอชิโทรไมซิน (Azithromycin) ในเบื้องต้นก่อน

แม้ว่าจะไม่มีการยืนยันทางการแพทย์ว่าตัวยาดังกล่าว สามารถรักษาไวรัสดังกล่าวได้ และนายฌาอีร์คงยังต้องรักษาตัว โดยมี มาตรการกักกันตัว อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่ากังวลไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือ นายฌาอีร์ ไม่เคยมีความคิดในเรื่องการป้องกันตัวเอง อย่างการสวมใส่หน้ากากอนามัย ซ้ำยังต่อต้านการกักกันตัวอย่างเปิดเผย เพียงเพราะว่า หากออกมาตรการต่าง ๆ จะส่ง ผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจในประเทศ และสุดสัปดาห์ก่อนที่จะตรวจร่างกาย นายฌาอีร์ นั้นได้ไปร่วมกิจกรรมต่าง ๆ หลายกิจกรรม อย่างเช่น ร่วมงานฉลองวันชาติสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา กับเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำบราซิล นายทอดด์ แชปแมน โดยทั้งคู่ปรากฏตัวร่วมกันถ่ายภาพต่อหน้าสื่อมวลชน โดยไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัยแต่อย่างใด

บรรดาผู้คนใกล้ชิดกับนายฌาอีร์ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่างได้รับการเข้าตรวจร่างกาย และไม่มีผู้ใด ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 แต่ยังคงให้อยู่ในมาตรการป้องกันตัว โดยกักตัวในเบื้องต้นอยู่ในขณะนี้

อธิบดีกรมป่าไม้ สั่งถอนแจ้งความ 3 ชาวบ้านเก็บเห็ด

มีเรื่องเห็ดๆกับ ชาวบ้านรากหญ้า มาให้เห็นกันอีกแล้ว คราวนี่เกิดขึ้นที่จังหวัดศรีษะเกษ อ่านข่าวแล้วก็ชื่นใจแทน 3 ชาวบ้านที่ถูกแจ้งจับ เพราะนานๆจะได้เห็น คนใหญ่โตของบ้านเมือง เข้าอกเข้าใจและให้ความยุติธรรมกับชาวบ้านรากหญ้าตาดำๆ ที่ผ่านมาบางครั้งก็ไม่เข้าใจกฎหมาย หรือการวินิจฉัยของผู้มีตำแหน่ง.ในบ้านเมืองเราว่ามันออกมาอย่างนั้นได้ยังไง แต่กรณีของชาวบ้าน3 คน ชาว อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีษะเกษนี่ มีพระเอกขี่ม้าขาว ระดับ อธิบดีกรมป่าไม้ เข้ามาวินิจฉัย และไกล่เกลี่ยให้ด้วยความเข้าอกเข้าใจอย่างรวดเร็ว ทำให้อดฝันไม่ได้ว่า ถ้าข้าราชการในประเทศใส่ใจประชาชนระดับรากหญ้าของประเทศอย่างนี้เป็นส่วนใหญ่ ก็จะถือเป็นโชคดีของประชาชนอย่างมาก

จากรณีที่ นายประธาน ตันรุ่งเรืองกิจ หัวหน้า สถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดศรีษะเกษ แจ้งความดำเนินคดี กับชาวบ้าน 3 คนคือ นางทัศอร โยแก้ว อายุ 36 ปี ,นางปราณี โยแก้ว อายุ 63 ปี และนางบุญมี อิทธิเดช อายุ 59 ปี ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ใน อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีษะเกษ ใน ข้อหาบุกรุกพื้นที่ สถานีเพาะชำกล้าไม้ จังหวัดศรีษะเกษ และลักลอบเก็บเห็ด โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563

นายประธาน ตันรุ่งเรืองกิจ ได้ให้ ตำรวจสายตรวจจับกุมตัวชาวบ้าน ทั้งสามคนไปที่สถานีตำรวจภูธร จังหวัดศรีษะเกษ ในช่วงเวลานั้น ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรศรีษะเกษ และผู้แทนนายอำเภอเมืองศรีษะเกษ ได้พยายามเข้าช่วยไกล่เกลี่ยและขอร้อง นายประธาน ตันรุ่งเรืองกิจ ผู้แจ้งจับ ไม่ให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ และนายประธานยังได้ทำหนังสือราชการแจ้งความดำเนินคดีจับบุคคลทั้งสามอีกด้วย แต่เมื่อ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ได้ทราบเรื่อง และพิจารณารายละเอียดความผิดของผู้ต้องหาทั้งสามแล้ว เห็นว่าควรจะแค่เพียงตักเตือนไว้ก่อน เพราะความผิดของชาวบ้านทั้งสามคน ยังไม่ครบองค์ประกอบที่จะต้องดำเนินคดี เพื่อนำไปสู่กระบวนการพิจารณาคดี เพราะเป็นเรื่องที่ยังสามารถไกล่เกลี่ยได้ อีกทั้งของกลางที่จับได้ก็มีจำนวนน้อยมาก และชาวบ้านทั้งสามคนก็ยืนยันเหมือนกันว่า พวกตนไป เก็บเห็ด จากที่อื่นมาเพื่อเอามายังชีพเท่านั้น แต่ก็ยอมรับผิดว่าเข้าไปในเรือนเพาะกล้าไม้โดยที่ไม่ได้ขออนุญาต ล่าสุด นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ จึงได้มอบหมายให้นายประธาน ตันรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดศรีสะเกษ ถอนแจ้งความ และปล่อยตัวชาวบ้านทั้งสามกลับบ้านเรียบร้อยแล้ว